ไทยยังเผชิญปัญหาเงินเฟ้อลากยาว แม้เปิดเมืองท่องเที่ยวฟื้น
เศรษฐกิจฟื้นตัวได้หลังเมืองเปิด-นักท่องเที่ยวกลับ แต่ปัญหาเงินเฟ้อยังไม่จบ ประเมินตัวเลขเศรษฐกิจปีหน้าลดลงเป็น 3.6% ส่วนส่งออกไทยจะติดลบ
ความเสี่ยงที่จะเป็นแรงกดดันจากเงินเฟ้อจะยังคงอยู่ในระดับสูงในระยะข้างหน้า ซึ่งเกิดจาก 3 ปัจจัยหลัก
1.ความเสี่ยงที่ราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้น
2.ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์โลกและอุปทานที่ยังคงมีปัญหา ความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน ยังส่งผลต่อก๊าซธรรมชาติในยุโรปที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตร
และ 3.อุปสงค์ในสหรัฐ ฯ ที่ยังหนุนการเติบโตของเศรษฐกิจต่อไป ตัวเลขการจ้างงาน ตลาดแรงงานฟื้นตัว กำไรสุทธิในบริษัทสหรัฐปรับตัวสูง ตลาดการเงินยังคงผ่อนคลายแม้เฟดปรับดอกเบี้ยขึ้น
ไทยท่องเที่ยวฟื้น ส่งออกเสี่ยงชะลอตัว เสี่ยงบาทอ่อน
ในช่วงที่ผ่านมาตัวเลขนักท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวได้เร็วกว่าที่หลายฝ่ายประเมินไว้ จากการผ่อนคลายมาตรการด้านการท่องเที่ยวที่เร็วกว่าคาด
โดยภาคการท่องเที่ยวยังสามารถฟื้นตัวได้จากฐานที่อยู่ในระดับต่ำกว่าปกติและคาดการณ์ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 10.2 ล้านคนในปี 2022 และ 18.5 ล้านคนในปี 2023
แต่ในปี 2023 อาจเจอความเสี่ยงสำคัญต่อการฟื้นตัว คือ สัญญาณเศรษฐกิจในภาคการผลิตของจีนและยุโรปที่ชะลอตัวลงจะเริ่มส่งผลให้ตัวเลขการส่งออกของไทยได้รับผลกระทบและจะเริ่มเติบโตติดลบในปี 2023
ด้านดุลบัญชีเดินสะพั
หากการกลับมาของนักท่องเที่ยวและดุลบัญชีเดินสะพัดไม่เป็นไปตามคาด อาจทำให้เงินไหลออกจากไทยรุนแรง ซึ่งนับเป็นความเสี่ยงสำคัญของการดำเนินนโยบายการเงินไทยที่ยังมีการปรับดอกเบี้ยขึ้นช้าเมื่อเทียบกับหลายประเทศในโลก โดยในกรณีเลวร้ายจะทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องกลับมาปรับดอกเบี้ยขึ้นตามหลังสถานการณ์เพื่อคุมบาทและเงินเฟ้อ ซึ่งจะกระทบกับเศรษฐกิจแรงกว่าเดิม จึงนับเป็นโจทย์สำคัญด้านนโยบายการเงินที่ต้องวางแผนสำหรับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดที่อาจเกิดขึ้น : KKP Research
อย่างไรก็ตาม KKP Research ปรับประมาณการณ์ตัวเลข GDP ในปี 2023 ลงจาก 3.9% มาเป็น
3.6% ตามทิศทางเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง
ที่มา : KKP Research กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB